เมื่อลูกค้าได้คะแนนไม่ตรงกับเงื่อนไข หรือได้คะแนนไปแล้วทั้งที่บิลถูกยกเลิก คุณแก้ได้เองที่ บัญชีสมาชิก (Account) → ปรับปรุง (Adjustment) เมนูนี้ต่างจาก ชดเชย (Compensate) ตรงที่ ลดคะแนนได้ด้วย และทุกครั้งที่ปรับต้องระบุ เลขอ้างอิงของรายการ เพื่อให้ย้อนตรวจได้ว่าคะแนนรายการนี้ผูกกับบิลใบไหน ใช้เวลาประมาณ 10 นาที โดยเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการหาเลขอ้างอิง เช่นเดียวกับ ชดเชย การกดส่งคำขอยังไม่ใช่การปรับคะแนน — คะแนนจะเปลี่ยนเมื่อมีผู้มีสิทธิ์กดอนุมัติแล้วเท่านั้น

⚡ ทางลัด: บัญชีสมาชิก → เปิดโปรไฟล์ลูกค้า → Points History → คัดลอกเลขจากคอลัมน์ Request no.ปรับปรุงสร้างคำขอใหม่ → กรอก Card Number + Reference No. → เลือก How to adjust?Submit Request → ผู้มีสิทธิ์กด View DetailApprove

เลือกเมนูให้ตรงกับงานของคุณก่อน

ระบบมี 3 ทางในการแก้คะแนนย้อนหลัง และเลือกผิดทางจะต้องทำใหม่ทั้งชุดพร้อมขั้นตอนอนุมัติอีกรอบ เทียบก่อนเริ่ม

สถานการณ์ของคุณเมนูที่ต้องใช้
ต้องแก้คะแนนโดยชี้ไปที่รายการซื้อใบใดใบหนึ่ง หรือต้องลดคะแนนปรับปรุง
ให้คะแนนชดเชยลูกค้า 1 คน โดยไม่มีบิลอ้างอิงชดเชย
ต้องปรับคะแนนลูกค้าหลายสิบหลายร้อยคนพร้อมกันการให้คะแนน → นำเข้าไฟล์ CSV

ปรับปรุง เป็นเมนูเดียวใน 3 เมนูนี้ที่ ดึงคะแนนคืนเข้าระบบได้ จึงเป็นทางแก้มาตรฐานเมื่อคะแนนถูกให้ไปเกินจำนวน หรือเมื่อบิลที่เคยให้คะแนนถูกยกเลิกภายหลัง

สิ่งที่ต้องมีก่อนเริ่ม

  • เลขบัตรสมาชิก (Card Number) ของลูกค้า — เป็นเลข 16 หลัก หาได้จากการค้นหาสมาชิกด้วยชื่อหรือเบอร์โทร ดูวิธีได้ในบทความวิธีค้นหาสมาชิกใน Backoffice
  • เลขอ้างอิงของรายการที่จะปรับ (Reference No.) — ฟอร์มนี้กรอกเลขนี้ไม่ได้ก็ไปต่อไม่ได้ ขั้นตอนที่ 1 ด้านล่างพาไปหาทีละขั้น เตรียมไว้ก่อนเปิดฟอร์มจะเร็วกว่ามาก
  • สิทธิ์สร้างคำขอ — บัญชีของคุณต้องมีสิทธิ์ Request/Create ในหัวข้อ Account → Adjustment ถ้าเข้าหน้ารายการได้แต่ไม่เห็นปุ่ม สร้างคำขอใหม่ แปลว่าสิทธิ์ยังไม่ครบ
  • คนที่ 2 ที่มีสิทธิ์อนุมัติ — คำขอทุกใบต้องผ่านการกด Approve จากบัญชีที่มีสิทธิ์ Approve ในหัวข้อเดียวกัน

ปรับคะแนนใน 6 ขั้นตอน

1. หาเลขอ้างอิงของรายการจากประวัติคะแนนของลูกค้า

ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะฟอร์มปรับคะแนนตรวจเลขอ้างอิงกับรายการจริงในระบบ พิมพ์เลขที่คิดขึ้นเองจะไม่ผ่าน

  1. เปิดเมนู บัญชีสมาชิก (Account) แล้วค้นหาสมาชิกที่ต้องการปรับคะแนน จนเข้าสู่หน้า Account Detail
  2. ในกล่องเมนูด้านซ้ายใต้หัวข้อ ACCOUNT DETAIL กด Points History
  3. ระบบจะแสดงยอดคะแนนคงเหลือในกล่อง Account Balance และตารางรายการสะสมคะแนน/ใช้คะแนนทั้งหมดของสมาชิกคนนั้นด้านล่าง
  4. หาแถวของรายการที่ต้องการปรับ โดยเทียบจากคอลัมน์ Purchase Datetime, Business Date และ Branch Name แล้วคัดลอกค่าจากคอลัมน์ Request no.

ค่าที่ได้จะเป็นสตริงยาว เช่น 202603061534318191800000COMP คัดลอกมาทั้งชุดโดยไม่ตัดตัวอักษรท้าย

💡 เคล็ดลับ: ถ้าตารางยาวจนหาแถวไม่เจอ ใช้ช่อง Search LogID, Request no., Brand, Branch… เหนือตาราง ค้นด้วยชื่อสาขาหรือบางส่วนของเลขอ้างอิง และใช้ดรอปดาวน์ CREDIT TYPE กรองเฉพาะประเภทที่ต้องการ ตัวเลขข้าง Found: จะบอกว่าเหลือกี่รายการให้ดู

3.2.1 หน้า Account Detail แท็บ Points History ทั้งหน้า ให้เห็นกล่อง Account Balance, ช่องค้นหา, ดรอปดาวน์ CREDIT TYPE และตารางด้านล่าง — ใส่กรอบไฮไลต์ที่คอลัมน์ Request no. และเบลอชื่อสมาชิก เลขบัญชี และเลขบัตร
คอลัมน์ Request no. ในแท็บ Points History ของหน้า Account Detail ใน DeepBLOK Backoffice

2. เปิดหน้า Adjustment

ที่แถบเมนูซ้าย กด บัญชีสมาชิก (Account) เมนูจะขยายลงมาเป็นรายการย่อย จากนั้นกด ปรับปรุง

ระบบจะเปิดหน้า Adjust List ซึ่งเป็นรายการคำขอปรับคะแนนทั้งหมดของแบรนด์คุณ เรียงจากคำขอล่าสุดอยู่บนสุด ตารางนี้มีคอลัมน์ Ref No. ซึ่ง ชดเชย ไม่มี — ถ้าเห็นคอลัมน์นี้ คุณมาถูกหน้าแล้ว

3.2.2 หน้า Adjust List เต็มหน้า พร้อมเมนู บัญชีสมาชิก ที่ขยายอยู่ทางซ้ายและเห็นเมนูย่อย Adjustment ถูกเลือก — ใส่กรอบไฮไลต์ที่เมนูย่อยและที่ปุ่ม Create New Request และเบลอเลขบัตรสมาชิกกับชื่อผู้ใช้ในตาราง
หน้า Adjust List ในเมนูบัญชีสมาชิกของ DeepBLOK Backoffice

3. กดสร้างคำขอใหม่

กดปุ่ม สีน้ำเงิน สร้างคำขอใหม่ ที่มุมขวาบนของตาราง ระบบจะพาไปหน้าฟอร์มชื่อ Adjust Request โดยมีชื่อกล่องด้านในว่า Adjust Request Create

4. กรอกเลขบัตรและเลขอ้างอิง แล้วรอข้อความยืนยัน 2 บรรทัด

ฟอร์มนี้ตรวจ 2 ช่องแรกให้คุณแบบทันที และทั้ง 2 ข้อความยืนยันเป็นตัวหนังสือสีเขียวเล็ก ๆ ใต้ช่อง

  1. กรอกเลข 16 หลักลงในช่อง Card Number เมื่อเลขถูกต้อง ระบบจะขึ้นข้อความ สีเขียว Card Number valid. ใต้ช่อง และแสดงกล่อง User's Info ทางขวามือพร้อม Name: และ Phone: ของสมาชิกคนนั้น
  2. วางเลขอ้างอิงที่คัดลอกมาจากขั้นตอนที่ 1 ลงในช่อง Reference No. เมื่อเลขตรงกับรายการจริง ระบบจะขึ้นข้อความ สีเขียว Reference Number valid. ใต้ช่อง

อ่านชื่อและเบอร์โทรในกล่อง User's Info ให้ตรงกับลูกค้าที่คุณกำลังดูแลก่อนกรอกช่องถัดไป เลขบัตรสมาชิกต่างกันเพียงหลักเดียวก็เป็นคนละคน

⚠️ ข้อควรระวัง: ถ้าข้อความสีเขียวบรรทัดใดบรรทัดหนึ่งไม่ขึ้น ให้หยุดแก้ที่ช่องนั้นก่อน อย่ากรอกช่องถัดไปต่อ เพราะคำขอที่อ้างอิงรายการไม่ถูกต้องจะทำให้ผู้อนุมัติตรวจไม่ได้ว่าคะแนนรายการนี้ผูกกับบิลใบไหน