คำถามที่ทีมซัพพอร์ตได้รับบ่อยที่สุดเรื่องโปรโมชั่นไม่ใช่ "ตั้งค่ายังไง" แต่เป็น "ตั้งค่าไปแล้ว ทำไมผลไม่ตรงที่คิด" เกือบทุกครั้งคำตอบไม่ได้อยู่ที่การกรอกผิด แต่อยู่ที่ เงื่อนไขและสิทธิพิเศษในแต่ละโปรโมชั่น ซึ่งต่างจากที่คนส่วนใหญ่คาดไว้ บทความนี้รวบรวมข้อจำกัดทั้งหมดที่ควรรู้ ก่อน เปิดหน้าสร้างโปรโมชั่น อ่านจบใช้เวลาประมาณ 7 นาที และช่วยตัดรอบแก้โปรโมชั่นย้อนหลังออกได้เกือบทั้งหมด
บทความนี้ไม่ใช่คู่มือกดปุ่ม แต่เป็นสิ่งที่ควรอ่านก่อนกดปุ่ม ถ้าคุณต้องการขั้นตอนการสร้างโปรโมชั่นทีละหน้าจอ ให้อ่าน บทความวิธีการสร้างโปรโมชั่นตามเงื่อนไขจากรายการสั่งซื้อ ต่อจากนี้
⚡ ทางลัด: ข้อจำกัดที่ทำให้พลาดบ่อยที่สุดคือข้อแรก —
โปรโมชั่น→สร้างโปรโมชั่น→ แท็บ2. เงื่อนไขคือเกณฑ์ของ ทั้งโปรโมชั่น ไม่ใช่สิทธิพิเศษแต่ละชิ้นในแท็บ3. รางวัล
สิ่งที่ต้องมีก่อนเริ่ม
- โครงสร้าง 3 แท็บของหน้าสร้างโปรโมชั่น —
1. ข้อมูลโปรโมชั่น,2. เงื่อนไขและ3. รางวัลถ้ายังไม่เคยเปิดหน้านี้ ให้ดู บทความวิธีตั้งเงื่อนไขการสะสมคะแนน ก่อน จะเห็นภาพทั้ง 3 แท็บครบ - สิทธิ์เข้าถึงเมนู
โปรโมชั่น— ข้อจำกัดในบทความนี้ตรวจสอบได้จริงต่อเมื่อคุณเปิดหน้าสร้างโปรโมชั่นได้ ถ้าไม่เห็นเมนูนี้ในแถบเมนูซ้าย ให้ Admin ในทีมเปิดสิทธิ์ให้ - กำหนดเงื่อนไขโปรโมชั่น — เช่น "ซื้อครบ 50 บาท ได้ 1 คะแนน"
เข้าใจโครงสร้างของแต่ละโปรโมชั่นก่อน
ข้อจำกัดเกือบทุกข้ออธิบายได้ด้วยโครงสร้างเดียวกัน 1 โปรโมชั่นประกอบด้วย 3 ส่วน และ 3 ส่วนนี้ทำงานคนละหน้าที่
1. ข้อมูลโปรโมชั่น (1. ข้อมูลโปรโมชั่น) ชื่อ รหัส ช่วงเวลา ช่องทาง และโควตา ส่วนนี้กำหนดว่าโปรโมชั่นนี้ มีผลเมื่อไรและที่ไหน
2. เงื่อนไข (2. เงื่อนไข) รายการที่แบบไหนถึงจะเข้าข่าย ส่วนนี้เป็น ประตูทางเข้า ของทั้งโปรโมชั่น ถ้าบิลผ่านประตูนี้ไม่ได้ ทั้งโปรโมชั่นไม่ทำงาน
3. สิทธิพิเศษ (3. รางวัล) สิ่งที่ลูกค้าได้รับหลังผ่านประตูมาแล้ว ส่วนนี้ใส่ได้หลายชิ้นในโปรโมชั่นเดียว เช่น ให้ทั้งคะแนนและยอดสะสมพร้อมกัน
ประโยคเดียวที่อธิบายข้อจำกัดสำคัญที่สุด: เงื่อนไขอยู่ในส่วนที่ 2 สิทธิพิเศษอยู่ในส่วนที่ 3 และส่วนที่ 2 คุมส่วนที่ 3 ทั้งหมด ไม่ได้คุมทีละชิ้น

ข้อจำกัด 7 ข้อที่ต้องรู้ก่อนตั้งค่า
1. เงื่อนไขเป็นเกณฑ์ของทั้งโปรโมชั่น ไม่ใช่สิทธิพิเศษแต่ละชิ้น นี่คือข้อจำกัดที่ทำให้ผลไม่ตรงที่คิดมากที่สุด ถ้าบิลไม่ผ่านเงื่อนไขในแท็บ 2. เงื่อนไข ลูกค้าจะไม่ได้สิทธิพิเศษ ทุกชิ้น ในใบนั้น ไม่ใช่แค่ชิ้นเดียว แม้สิทธิพิเศษบางชิ้นจะดูเหมือนควรได้ก็ตาม หัวข้อถัดไปมีตัวอย่างการคำนวณจริงประกอบ
2. เศษยอดที่ไม่ครบเกณฑ์ถัดไปจะไม่ถูกปัดขึ้น เกณฑ์ที่ตั้งไว้ทำงานเป็นชั้น ระบบนับว่าบิลใบนั้นครบเกณฑ์กี่รอบเต็ม แล้วให้สิทธิพิเศษตามจำนวนรอบ เศษที่เหลือไม่ถูกนับ ถ้าตั้งเกณฑ์ไว้ที่ 50 บาทได้ 1 คะแนน บิล 99 บาทจะได้ 1 คะแนนเท่ากับบิล 50 บาท
3. 1 โปรโมชั่นต้องมีเงื่อนไขอย่างน้อย 1 ข้อเสมอ ระบบไม่ยอมให้ข้ามแท็บ 2. เงื่อนไข ไปโดยไม่สร้างเงื่อนไขเลย ถ้าคุณตั้งใจจะให้คะแนนทุกบิลโดยไม่มีขั้นต่ำ ให้ใส่เงื่อนไขที่กว้างที่สุดที่ยอมรับได้ เช่น ยอดชำระเงินตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไป แทนการปล่อยว่าง
4. โปรโมชั่นมีผลเฉพาะรายการที่เกิดหลังเวลาเริ่มเท่านั้น ระบบไม่ย้อนกลับไปคำนวณบิลเก่าให้ ตั้งค่าวันนี้แล้วบิลเมื่อวานจะไม่ได้คะแนน ถ้าต้องให้คะแนนย้อนหลัง ต้องทำแยกต่างหากด้วยเมนู ชดเชย (ทีละคน ดู บทความวิธีให้คะแนนลูกค้าด้วยตัวเอง) หรือการนำเข้าไฟล์ CSV (หลายคนพร้อมกัน ดู บทความวิธีให้คะแนนลูกค้าหลายคนพร้อมกันด้วยไฟล์ CSV)
5. รหัสโปรโมชั่น รับเฉพาะตัวเลข ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ และขีดล่าง ช่องนี้ต่างจากช่อง ชื่อโปรโมชั่น ที่อยู่ข้าง ๆ กัน ซึ่งรับภาษาไทยและตัวพิมพ์เล็กได้ ระบบเขียนข้อกำหนดของแต่ละช่องไว้ใต้ช่องนั้นเป็นตัวหนังสือเล็ก ๆ อ่านก่อนพิมพ์จะประหยัดเวลากว่าแก้ทีหลัง
6. จังหวะที่ระบบคำนวณคะแนนเป็นสิ่งที่ต้องเลือก และเลือกแล้วมีผลต่อหน้าร้าน ในแท็บแรกมีหัวข้อ เมื่อคำนวณโปรโมชั่นนี้ ให้เลือกระหว่างการให้สิทธิพิเศษหลังปิดบิลเท่านั้น กับการรองรับการคำนวณล่วงหน้าก่อนปิดบิลด้วย ตัวเลือกแรกระบุไว้ชัดว่า ไม่รองรับการคำนวณสิทธิพิเศษล่วงหน้า ถ้าหน้าร้านของคุณต้องแสดงคะแนนที่ลูกค้าจะได้ก่อนชำระเงิน ต้องเลือกตัวเลือกที่รองรับทั้ง 2 จังหวะ
7. สิทธิพิเศษที่เป็นคูปองต้องมีคูปองอยู่ในระบบก่อน ถ้าเลือกให้สิทธิพิเศษเป็นคูปอง ระบบจะให้เลือกจากรายการคูปองที่ สร้างไว้แล้ว ในเมนู การจัดการรางวัล เท่านั้น สร้างโปรโมชั่นก่อนแล้วค่อยไปสร้างคูปองจะทำให้ต้องกลับมาแก้โปรโมชั่นอีกรอบ ลำดับที่ถูกคือสร้างคูปองก่อน แล้วจึงสร้างโปรโมชั่นที่อ้างถึงคูปองนั้น
ตัวอย่างการตั้งเงื่อนไขสิทธิพิเศษ
- สิทธิพิเศษ 1 — ใช้จ่ายครบ 50 บาท ได้ 1 คะแนน (
POINT) - สิทธิพิเศษ 2 — ใช้จ่ายครบ 1 บาท ได้ 1 ยอดใช้จ่ายสะสม (
SP_POINT)
สาเหตุ: บิล 40 บาท ยังไม่ถึงมูลค่า 50 บาทของสิทธิพิเศษ 1 จึงได้ 0 คะแนน ขณะที่สิทธิพิเศษ 2 ตั้งมูลค่าไว้ 1 บาท จึงเดินยอดใช้จ่ายสะสมได้ครบ 40
คำแนะนำ: ถ้าต้องการให้สิทธิพิเศษทุกชิ้นหยุดทำงานพร้อมกันเมื่อบิลไม่ถึงยอด ให้กรอกยอดขั้นต่ำไว้ที่แท็บ 2. เงื่อนไข ถ้าต้องการให้แต่ละชิ้นเดินตามมูลค่าของตัวเอง ให้กรอกมูลค่าที่สิทธิพิเศษแต่ละชิ้นในแท็บ 3. รางวัล แทน
![3.4.2 กล่อง Reward List ในแท็บ 3. Reward ที่บันทึกรางวัลไว้ 2 ชิ้นในโปรโมชั่นใบเดียว ให้เห็นทั้ง 2 บรรทัดพร้อมกัน โดยแต่ละบรรทัดมีอัตราของตัวเอง เช่น [100 Baht] และ [200 Unit]](https://cdn-icrm.deepblok.co/HELP_CENTER/20260827/c3f5afd1-a707-4c25-bcbb-372b6dfa236b-3.4.2-th.png)
เมื่อไหร่ที่ควรแยกเป็น 2 โปรโมชั่น: เมื่อสิทธิพิเศษ 2 ชิ้นต้องใช้ เงื่อนไขในแท็บ 2. เงื่อนไข ที่ต่างกัน เช่น ชิ้นหนึ่งให้เฉพาะลูกค้าระดับ Silver อีกชิ้นให้ทุกระดับ กรณีนั้นเงื่อนไขคุมทั้งโปรโมชั่น จึงใส่ไว้ด้วยกันไม่ได้

