หน้า Billing คือที่ที่แบรนด์ของคุณดูค่าบริการที่ต้องจ่ายให้ DeepBLOK ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรออีเมลหรือทักถามทีมงาน หน้านี้ตอบ 2 คำถามที่ฝ่ายบัญชีถามบ่อยที่สุด คือรอบนี้ต้องจ่ายเท่าไหร่ภายในวันไหน และเอกสารตัวจริงโหลดได้จากไหน

⚡ ทางลัด: แถบซ้ายล่างสุด Billing → ถ้ามีแถบแจ้งเตือนสีแดงอยู่ด้านบน แปลว่ามีใบที่เกินกำหนดแล้ว → ส่วน ใบแจ้งหนี้ อ่านคอลัมน์ วันครบกำหนด เพื่อดูว่าต้องจ่ายภายในวันไหน → กดปุ่มดาวน์โหลดท้ายแถวเพื่อเอาไฟล์ไปให้ฝ่ายบัญชี

สิ่งที่ต้องมีก่อนเริ่ม

  • เมนู Billing ในแถบซ้าย อยู่ล่างสุดใต้ ตั้งค่าระบบ และมีป้าย New กำกับ ชื่อเมนูนี้เป็น Billing ทั้งในโหมดไทยและโหมดอังกฤษ ถ้าบัญชีของคุณเปิดเข้าไปแล้วไม่เห็นเมนูนี้ ให้แจ้งทีม DeepBLOK ที่ดูแลบัญชีของคุณ
  • ข้อมูลบริษัทที่ครบถ้วน ชื่อบริษัท เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และที่อยู่ ต้องตรงกับที่ฝ่ายบัญชีใช้ เพราะข้อมูลชุดนี้คือข้อมูลที่ไปปรากฏบนเอกสารจริง
  • อีเมลของฝ่ายบัญชี ถ้าต้องการให้เอกสารส่งถึงฝ่ายบัญชีเองทุกรอบโดยไม่ต้องมีใครมาโหลด
  • สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล การอ่านตารางและดาวน์โหลดเอกสารเป็นการอ่านข้อมูลอย่างเดียว แต่การกด แก้ไขข้อมูล เป็นการเปลี่ยนข้อมูลที่ไปอยู่บนเอกสารจริง จึงควรตกลงกันในทีมก่อนว่าใครเป็นคนแก้

สิ่งที่อยู่บนหน้า Billing

ส่วนสิ่งที่อยู่ในส่วนนี้
แถบแจ้งเตือนสีแดงขึ้นเฉพาะเมื่อมีใบแจ้งหนี้ที่เกินกำหนดชำระ
การ์ดรอบบิลถัดไปชื่อบริการที่ถูกเรียกเก็บ และวันที่ของรอบบิลถัดไป
ข้อมูลสำหรับออกเอกสารชื่อบริษัท ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของแบรนด์ พร้อมปุ่ม แก้ไขข้อมูล
ใบแจ้งหนี้รายการค่าบริการที่ออกมาแล้ว บอกจำนวนเงิน วันที่ออก และวันครบกำหนดชำระ
ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีเอกสารที่ออกให้หลังชำระเงินเรียบร้อยแล้ว

📌 ข้อควรรู้: 2 ตารางล่างไม่ใช่เอกสารชุดเดียวกัน ใบแจ้งหนี้ เกิดขึ้นก่อนจ่าย เป็นตัวบอกว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ภายในวันไหน ส่วน ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี เกิดขึ้นหลังจ่าย เป็นหลักฐานว่าจ่ายแล้ว ถ้าฝ่ายบัญชีขอเอกสารมา ให้ถามก่อนว่าต้องการใบไหน

แถบแจ้งเตือนและการ์ดรอบบิลถัดไป

2 การ์ดบนสุดของหน้าตอบคำถามว่าต้องจ่ายเมื่อไหร่ได้เร็วกว่าการไล่อ่านตาราง

แถบแจ้งเตือนสีแดง ขึ้นเฉพาะเมื่อมีใบแจ้งหนี้ที่เลยวันครบกำหนดแล้ว บอกจำนวนรายการที่เกินกำหนดและยอดรวมของรายการเหล่านั้น พร้อมระบุว่าการชำระล่าช้ามีผลถึงค่าปรับและการให้บริการ ที่มุมขวาของแถบมีปุ่ม ดูใบแจ้งหนี้ สำหรับเลื่อนไปที่ตารางด้านล่าง ถ้าไม่มีใบที่เกินกำหนด แถบนี้จะไม่ขึ้นเลย

การ์ดรอบบิลถัดไป อยู่ใต้แถบแจ้งเตือน บรรทัดบนคือชื่อบริการที่ถูกเรียกเก็บในรอบนั้น ถ้ามีหลายบริการจะแสดงชื่อแรกแล้วต่อท้ายว่ามีอีกกี่รายการ บรรทัดล่างคือ รอบบิลถัดไป พร้อมวันที่ ซึ่งเป็นวันที่ระบบจะออกใบแจ้งหนี้ใบถัดไป

📌 ข้อควรรู้: ชื่อบริการบนการ์ดนี้เป็นภาษาอังกฤษเสมอ เพราะเป็นชื่อบริการของ DeepBLOK ไม่ใช่ป้ายชื่อบนหน้าจอที่แปลตามภาษาที่เลือก

⚠️ ข้อควรระวัง: ถ้าเห็นแถบแจ้งเตือนสีแดงแล้วไม่แน่ใจว่ายอดนั้นคือค่าอะไร ให้ทักทีม DeepBLOK ที่ดูแลบัญชีของคุณก่อนถึงวันของรอบบิลถัดไป

วิธีการอ่านตารางใบแจ้งหนี้

ตาราง ใบแจ้งหนี้ มี 5 คอลัมน์ และคอลัมน์ที่ตอบคำถามว่าต้องจ่ายภายในวันไหนคือคอลัมน์สุดท้าย

คอลัมน์ความหมาย
จำนวนเงินยอดที่ต้องชำระของใบนั้น มีสกุลเงินกำกับท้ายตัวเลข
สถานะสถานะของใบแจ้งหนี้ใบนั้น ดูความหมายของแต่ละสถานะได้ในตารางถัดไป
เลขที่ใบแจ้งหนี้เลขอ้างอิงของเอกสาร ใช้แจ้งฝ่ายบัญชีและใช้ตามหาใบเสร็จของรอบเดียวกัน
วันที่ออกวันที่ระบบออกใบแจ้งหนี้ใบนี้
วันครบกำหนดวันสุดท้ายที่ต้องชำระเงิน

📌 ข้อควรรู้: เลขที่เอกสารในระบบมีอยู่หลายรูปแบบ เพราะมีทั้งเลขที่ออกด้วยรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่อยู่ในตารางเดียวกัน ให้ใช้เลขตามที่แสดงบนแถวนั้นเป็นเลขอ้างอิง ไม่ต้องยึดว่าต้องขึ้นต้นด้วยอะไร

สถานะของใบแจ้งหนี้

ที่มุมขวาของหัวข้อ ใบแจ้งหนี้ มีตัวเลือก สถานะ ให้กรองตารางเฉพาะสถานะที่ต้องการ มี 4 สถานะ และแต่ละสถานะมีสีของป้ายกำกับไว้ คือ รอชำระ สีฟ้า ชำระแล้ว สีเขียว และ เกินกำหนด สีแดงอ่อน

สถานะความหมาย
รอชำระออกใบแจ้งหนี้แล้ว ยังไม่ได้ชำระเงิน และยังไม่ถึงวันครบกำหนด
เกินกำหนดเลยวันครบกำหนดแล้วและยังไม่ได้ชำระเงิน สถานะนี้คือสถานะที่ควรกรองดูก่อนทุกครั้งที่เปิดหน้านี้
ชำระแล้วชำระเงินเรียบร้อยแล้ว รอบนี้มีใบเสร็จรับเงินให้โหลดได้ในตารางล่าง
ยกเลิกใบแจ้งหนี้ใบนั้นถูกยกเลิก ไม่ต้องชำระ

วิธีดาวน์โหลดเอกสารไปให้ฝ่ายบัญชี

ท้ายแถวของแต่ละรายการมีปุ่มดาวน์โหลดอยู่ แต่หน้าตาของปุ่มไม่เหมือนกันทุกแถว ขึ้นอยู่กับว่าใบนั้นชำระแล้วหรือยัง

สถานะของใบแจ้งหนี้ปุ่มที่เห็นท้ายแถว
รอชำระ หรือ เกินกำหนดปุ่ม ชำระเงิน สีน้ำเงินเข้ม และถัดมาทางขวาเป็นปุ่มดาวน์โหลดที่เป็นไอคอนเปล่า ไม่มีข้อความกำกับ
ชำระแล้วไม่มีปุ่ม ชำระเงิน และปุ่มดาวน์โหลดจะมีข้อความ ดาวน์โหลด กำกับไว้

⚠️ ข้อควรระวัง: บนแถวที่ยังไม่ได้ชำระ จะไม่มีคำว่า ดาวน์โหลด ให้เห็นเลย เพราะปุ่มถูกย่อเหลือเป็นไอคอนเมื่อมีปุ่ม ชำระเงิน มาอยู่ข้างกัน ถ้าหาคำนี้ไม่เจอ ให้มองหาไอคอนลูกศรชี้ลงที่อยู่ขวาสุดของแถวแทน

เริ่มจากหาแถวของรอบที่ต้องการก่อน ใช้ตัวเลือก สถานะ กรองให้เหลือเฉพาะสถานะที่ต้องการ หรือดูจากคอลัมน์ วันที่ออก ว่าเป็นรอบเดือนไหน ถ้ารายการยาวกว่า 1 หน้า ให้เปลี่ยนจำนวนแถวที่ Rows per page ด้านล่างตารางจาก 10 เป็น 20 50 หรือ 100 มุมขวาของแถวเดียวกันบอกไว้ด้วยว่ากำลังดูแถวที่เท่าไหร่จากทั้งหมดกี่รายการ

เมื่อเจอแถวที่ต้องการแล้ว กดปุ่มดาวน์โหลดที่ท้ายแถวนั้นเพื่อโหลดไฟล์เอกสารลงเครื่อง

เช็กว่าสำเร็จจริง: เปิดไฟล์ที่โหลดมาแล้วตรวจ 3 อย่าง คือชื่อบริษัทตรงกับที่ฝ่ายบัญชีใช้ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีถูกต้อง และเลขที่เอกสารตรงกับแถวที่คุณกดโหลด ถ้าครบ 3 อย่างนี้ ส่งต่อให้ฝ่ายบัญชีได้เลย

ใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษีดูได้ที่ไหน

ตาราง ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี อยู่ล่างสุดของหน้า เป็นเอกสารของรอบที่ชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ตารางนี้มี 5 คอลัมน์เหมือนกัน แต่คอลัมน์ที่ 3 ถึง 5 ต่างจากตารางบน

คอลัมน์ความหมาย
จำนวนเงินยอดที่ชำระไปแล้ว
สถานะสถานะของใบเสร็จใบนั้น
เลขที่ใบเสร็จเลขอ้างอิงของใบเสร็จรับเงิน
เลขที่ใบแจ้งหนี้เลขของใบแจ้งหนี้ที่ใบเสร็จใบนี้อ้างถึง
วันที่ชำระเงินวันที่ระบบบันทึกว่าได้รับชำระเงิน

📌 ข้อควรรู้: เลขที่ใบแจ้งหนี้ โผล่อยู่ในทั้ง 2 ตาราง เป็นเลขที่ใช้จับคู่ใบเสร็จกับใบแจ้งหนี้ของรอบเดียวกัน เวลาฝ่ายบัญชีขอเอกสารครบชุดของรอบใดรอบหนึ่ง ให้ใช้เลขนี้ตามหาแถวในตารางอีกใบ

ตารางนี้ไม่มีตัวเลือกกรอง สถานะ ให้เลื่อนดูจากคอลัมน์ วันที่ชำระเงิน แทน และปรับ Rows per page ได้เหมือนตารางบน ท้ายแถวของทุกรายการในตารางนี้เป็นปุ่ม ดาวน์โหลด ที่มีข้อความกำกับ เพราะเป็นรอบที่ชำระเงินไปแล้วทั้งหมด จึงไม่มีปุ่ม ชำระเงิน มาแย่งที่

11.1.2 ตาราง ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี ที่มีรายการจริง ให้เห็นครบทั้ง 5 คอลัมน์ (จำนวนเงิน สถานะ เลขที่ใบเสร็จ เลขที่ใบแจ้งหนี้ วันที่ชำระเงิน) และปุ่ม ดาวน์โหลด ท้ายแถว พร้อมแถวล่างที่บอกจำนวนรายการทั้งหมด — เบลอยอดเงินและเลขที่เอกสาร
ตารางใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษีของรอบที่ชำระเงินแล้ว

วิธีตั้งค่าให้เอกสารส่งถึงฝ่ายบัญชีอัตโนมัติ

ถ้าไม่ต้องการให้ใครต้องเปิด Backoffice มาโหลดเอกสารทุกรอบ หน้านี้ตั้งอีเมลปลายทางให้ระบบส่งเอกสารไปเองได้ กด แก้ไขข้อมูล ที่มุมขวาของส่วน ข้อมูลสำหรับออกเอกสาร ระบบจะพาไปหน้า ข้อมูลสำหรับออกเอกสาร ซึ่งเป็นอีกหน้าหนึ่ง กลับมาหน้า Billing ได้ด้วยลิงก์ กลับ ที่มุมซ้ายบน

ขั้นที่ 1: ตรวจข้อมูลบริษัทให้ตรงกับที่ฝ่ายบัญชีใช้

ส่วนบนของหน้าคือข้อมูลที่ไปปรากฏบนเอกสารจริง

หัวข้อข้อกำหนดสิ่งที่ต้องใส่
ชื่อบริษัทบังคับชื่อนิติบุคคลตามหนังสือรับรอง
อีเมลบังคับอีเมลหลักของแบรนด์
เลขนิติบุคคลบังคับเลข 13 หลัก ช่องนี้คือเลขเดียวกับที่หน้า Billing แสดงว่า เลขประจำตัวผู้เสียภาษี
ประเภทสาขาบังคับเลือก สำนักงานใหญ่ หรือ สาขา ค่าเริ่มต้นคือ สำนักงานใหญ่
เบอร์โทรศัพท์ไม่บังคับเบอร์ที่ติดต่อได้
ประเทศบังคับประเทศไทย
ที่อยู่บังคับที่อยู่ตามที่จดทะเบียน
จังหวัดบังคับเลือกจากรายการจังหวัด
รหัสไปรษณีย์บังคับรหัสไปรษณีย์ของที่อยู่ด้านบน

⚠️ ข้อควรระวัง: ประเภทสาขา และ เลขนิติบุคคล เป็น 2 ช่องที่ฝ่ายบัญชีตรวจก่อนเสมอ เพราะถ้าใส่ไม่ตรง เอกสารที่ออกมาจะใช้ตั้งเบิกไม่ได้ และการแก้ทีหลังต้องออกเอกสารใหม่ ไม่ใช่แก้ไฟล์เดิม

ขั้นที่ 2: ใส่อีเมลปลายทางของเอกสาร

เลื่อนลงมาที่ส่วน อีเมลสำหรับจัดส่งเอกสาร ส่วนนี้กำหนดว่าใบแจ้งหนี้และใบเสร็จรับเงินของทุกรอบจะถูกส่งไปที่อีเมลใด มี 2 ช่อง

หัวข้อหน้าที่
ถึงอีเมลผู้รับหลัก ใส่ได้มากกว่า 1 อีเมลด้วยปุ่ม เพิ่มอีเมล
สำเนา (CC)อีเมลที่รับสำเนา ไม่บังคับ ใส่เพิ่มได้ด้วยปุ่ม เพิ่มอีเมล เหมือนกัน

ช่องที่เหมาะกับอีเมลของฝ่ายบัญชีคือ สำเนา (CC) เพราะผู้รับหลักยังเป็นผู้ดูแลบัญชีของแบรนด์ตามเดิม แต่ฝ่ายบัญชีได้เอกสารพร้อมกันทุกรอบโดยไม่ต้องมีใครส่งต่อ

ขั้นที่ 3: กดบันทึก

กด บันทึก ที่ด้านล่างของหน้า ถ้ายังไม่ต้องการให้การแก้ไขมีผล ให้กด ยกเลิก แล้วกลับไปหน้า Billing