คูปองที่แจกออกไปเป็นของแบรนด์เราเองหรือของพันธมิตร คำตอบมีผลเรื่องเดียว คือใครจัดการรหัสคูปองได้ ส่วนใครเป็นคนตัดใช้คูปองที่หน้าร้านเป็นอีกเรื่อง ตั้งแยกกันอยู่คนละส่วน

⚡ ทางลัด: การจัดการรางวัลรายการกลุ่มรางวัลดูรางวัลในกลุ่มแก้ไข ของรางวัลชิ้นนั้น → แท็บ การตั้งค่ารางวัล → ช่อง ประเภทคูปอง → เลือกตัวเลือกที่เป็นชื่อแบรนด์ของคุณ หรือ Partner couponบันทึก

📌 ข้อควรรู้: ช่อง ประเภทคูปอง มีดอกจันแดงกำกับไว้ และเป็นหนึ่งในช่องที่ด่านเผยแพร่ตรวจ ของรางวัลที่ยังไม่เลือกช่องนี้จะกดเผยแพร่ไม่ผ่าน และจะขึ้นอยู่ในรายการที่ต้องแก้ในหน้าต่าง ยังเผยแพร่ไม่ได้

สิ่งที่ต้องมีก่อนเริ่ม

  • ของรางวัลที่สร้างไว้แล้ว — เปิดด้วยปุ่ม แก้ไข ในแถวของรางวัลชิ้นนั้น จากหน้า รายการรางวัล ของกลุ่ม
  • ข้อสรุปว่ารหัสคูปองชุดนี้มาจากใคร — แบรนด์เป็นคนสร้างรหัสเอง หรือได้ไฟล์รหัสมาจากพันธมิตร ข้อนี้เป็นตัวตัดสินว่าเลือกตัวเลือกไหน
  • ข้อมูลพันธมิตรที่บันทึกไว้ในระบบแล้ว เฉพาะกรณีคูปองของพันธมิตร — เพราะช่อง แบรนด์ / พาร์ทเนอร์ ในแท็บ ข้อมูลรางวัล ต้องเลือกให้ตรงกับเจ้าของรางวัลด้วย

หน้าที่ของช่องประเภทคูปอง

ช่อง ประเภทคูปอง อยู่ในส่วน ประเภทรางวัล ซึ่งเป็นส่วนแรกของแท็บ การตั้งค่ารางวัล เหนือช่องนี้คือช่อง ประเภทรางวัล ที่ปัจจุบันมีค่าเดียวคือ Stock Coupon

ช่อง ประเภทคูปอง เลือกได้ค่าเดียว และรายการมี 2 ตัวเลือกเท่านั้น ตัวเลือกฝั่งแบรนด์แสดงเป็นชื่อแบรนด์ของคุณเอง เช่นแบรนด์ทดสอบแสดงว่า DBLK Cafe coupon ไม่ใช่คำว่า Brand coupon ตรง ๆ ส่วนอีกตัวเลือกแสดงว่า Partner coupon

ความต่างที่มีผลจริง คือใครจัดการรหัสคูปอง

ความต่างของ 2 ตัวเลือกสรุปได้ข้อเดียว คือฝั่งแบรนด์จัดการรหัสคูปองเองได้ ส่วนฝั่งพันธมิตรจัดการไม่ได้ ข้อความใต้ช่องอธิบายไว้ให้แล้วว่าคูปองของแบรนด์เองทำอะไรได้บ้าง

ตัวเลือกรหัสคูปองมาจากไหนแบรนด์ทำอะไรกับรหัสได้
ตัวเลือกที่เป็นชื่อแบรนด์ของคุณ เช่น DBLK Cafe couponแบรนด์สร้างเอง ทั้งการให้ระบบสร้างรหัสและการนำเข้าไฟล์รหัสสร้าง แก้ไข และจัดการรหัสเองได้ทั้งหมด ตามที่ข้อความใต้ช่องระบุ
Partner couponได้รหัสมาจากพันธมิตรเจ้าของสิทธิ์ขึ้นกับข้อตกลงกับพันธมิตร โดยทั่วไปคือนำรหัสที่ได้มาเข้าถังคูปอง ไม่ได้เป็นคนออกรหัสเอง

ช่องทางการใช้คูปองเป็นคนละช่องกัน

ถัดจาก ประเภทคูปอง มีช่อง ช่องทางการใช้คูปอง ซึ่งเป็นช่องแท็ก ไม่ใช่ดรอปดาวน์ และตอบคำถามคนละข้อ คือคูปองใบนี้เอาไปใช้ที่ไหน ไม่ใช่ว่าใครเป็นเจ้าของรหัส

ค่าเริ่มต้นเป็นชิป ไม่ระบุ ซึ่งเป็นสถานะ ไม่ใช่ตัวเลือก จึงลบออกไม่ได้ แต่หายไปเองเมื่อเลือกช่องทางเข้ามา กด + เพิ่มช่องทาง แล้วเลือก ใช้หน้าร้าน หรือ ออนไลน์ เลือกได้มากกว่า 1 ค่า

การตัดใช้คูปอง ตั้งแยกที่ปุ่มบนหน้าใช้คูปอง

จุดที่เข้าใจผิดกันบ่อยคือคิดว่า ประเภทคูปอง เป็นตัวกำหนดว่าใครเป็นคนตัดใช้คูปอง ซึ่งไม่ใช่ การตัดใช้คูปองตั้งแยกอยู่ที่ส่วน ปุ่มบนหน้าใช้คูปอง (LINE LIFF) ซึ่งเป็นส่วนที่ 5 ของแท็บเดียวกันนี้ และตั้งได้อิสระจาก ประเภทคูปอง

ในส่วนนั้นมีช่องติ๊ก แสดงปุ่ม "กดใช้คูปอง" สำหรับพนักงานหน้าร้าน ใช้กับแบรนด์ที่ POS ไม่ได้เชื่อมกับระบบ มีหน้ายืนยันก่อน และกดแล้วย้อนกลับไม่ได้ ถ้าไม่เปิดปุ่มนี้ คูปองจะถูกตัดสิทธิ์ตามช่องทางเดิมของแบรนด์ เช่นสแกนที่ POS

ดังนั้นเวลาตัดสินใจ ให้แยกเป็น 2 คำถาม คือ รหัสคูปองเป็นของใคร ตอบที่ ประเภทคูปอง และ ใครเป็นคนตัดใช้ ตอบที่ส่วนปุ่มบนหน้าใช้คูปอง

การตั้งค่าช่องประเภทคูปองใน 3 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 เปิดของรางวัลชิ้นที่ต้องการแก้

จาก การจัดการรางวัลรายการกลุ่มรางวัล กดปุ่ม ดูรางวัลในกลุ่ม บนการ์ดของกลุ่มที่ของรางวัลชิ้นนั้นอยู่ แล้วกด แก้ไข ในแถวของรางวัล จากนั้นเปิดแท็บ การตั้งค่ารางวัล

ขั้นตอนที่ 2 เลือกค่าในช่องประเภทคูปอง

ในส่วน ประเภทรางวัล กดที่ช่อง ประเภทคูปอง แล้วเลือกค่าที่ตรงกับที่มาของรหัสคูปองชุดนี้ ถ้ารหัสเป็นของแบรนด์เอง เลือกตัวเลือกที่เป็นชื่อแบรนด์ของคุณ ถ้าได้รหัสมาจากพันธมิตร เลือก Partner coupon

⚠️ ข้อสังเกตเรื่องชื่อตัวเลือก: ชื่อตัวเลือกอ่านคล้ายช่อง แบรนด์ / พาร์ทเนอร์ แต่คนละคำถาม ให้ยึดที่ที่มาของรหัส ไม่ใช่ชื่อของตัวเลือก รางวัลของพันธมิตรที่แบรนด์ออกรหัสให้เอง ก็เลือกตัวเลือกที่เป็นชื่อแบรนด์ได้

ช่องประเภทคูปองที่เปิดรายการค้างไว้ แสดงตัวเลือกชื่อแบรนด์และ Partner coupon
ตัวเลือกฝั่งแบรนด์แสดงเป็นชื่อแบรนด์ของคุณ ไม่ใช่คำว่า Brand coupon

ขั้นตอนที่ 3 กดบันทึก

กด บันทึก ที่แถบล่างของหน้า หน้านี้มีแถบปุ่มชุดเดียว ถ้าของรางวัลเป็น ร่าง ปุ่มจะเป็น บันทึกร่าง

ตรวจสอบว่าเรียบร้อยแล้ว: โหลดหน้าใหม่ เปิดแท็บ การตั้งค่ารางวัล ค่าในช่อง ประเภทคูปอง ต้องเป็นค่าที่เพิ่งเลือก และกด เผยแพร่ แล้วช่องนี้ต้องไม่ขึ้นในรายการที่ต้องแก้อีก

ปัญหาที่พบบ่อย

อาการสาเหตุที่พบบ่อยวิธีแก้
กด เผยแพร่ แล้วขึ้นว่า ประเภทคูปอง ยังไม่ได้กรอกยังไม่ได้เลือกค่าในช่องนี้ ซึ่งเป็นช่องบังคับก่อนเผยแพร่กดลิงก์ ไปที่ช่องนี้ → ในหน้าต่างแจ้งเตือน ระบบจะพาไปที่ช่องให้ แล้วเลือกค่าและกดเผยแพร่อีกครั้ง
หาคำว่า Brand coupon ในรายการไม่เจอตัวเลือกฝั่งแบรนด์แสดงเป็นชื่อแบรนด์ของคุณ ไม่ใช่คำว่า Brand couponมองหาตัวเลือกที่เป็นชื่อแบรนด์ของคุณเอง ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ตัวเลือกที่มีในรายการ
สับสนระหว่างช่องนี้กับช่อง แบรนด์ / พาร์ทเนอร์ชื่อ 2 ช่องอ่านคล้ายกันแต่ตอบคนละคำถามแบรนด์ / พาร์ทเนอร์ คือเจ้าของรางวัลและมีผลกับรายงาน · ประเภทคูปอง คือที่มาของรหัสคูปอง ตั้งให้ตรงกับความจริงทั้ง 2 ช่อง
คิดว่าเลือกประเภทคูปองแล้วพนักงานหน้าร้านจะกดตัดใช้ได้เองการตัดใช้คูปองตั้งแยกอยู่ที่ส่วน ปุ่มบนหน้าใช้คูปอง (LINE LIFF)เปิดช่องติ๊กปุ่มพนักงานกดใช้คูปองในส่วนนั้น ถ้าต้องการให้พนักงานเป็นคนกดตัดสิทธิ์
ช่อง ช่องทางการใช้คูปอง ลบชิป ไม่ระบุ ไม่ได้ชิปนี้เป็นสถานะที่ระบบขึ้นเองเมื่อไม่ได้เลือกช่องทางใด ไม่ใช่ตัวเลือกที่ลบได้กด + เพิ่มช่องทาง แล้วเลือก ใช้หน้าร้าน หรือ ออนไลน์ ชิป ไม่ระบุ จะหายไปเอง

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ช่อง ประเภทคูปอง กับช่อง แบรนด์ / พาร์ทเนอร์ ต่างกันตรงไหน

ตอบ: แบรนด์ / พาร์ทเนอร์ อยู่ในแท็บ ข้อมูลรางวัล และตอบว่ารางวัลชิ้นนี้เป็นของแบรนด์ไหนหรือพันธมิตรใด ค่านี้แสดงในรายงานที่สรุปการใช้คะแนน ส่วน ประเภทคูปอง อยู่ในแท็บ การตั้งค่ารางวัล และตอบว่ารหัสคูปองมาจากใคร ทั้ง 2 ช่องเป็นช่องบังคับก่อนเผยแพร่ และตั้งไม่ตรงกันได้ เช่นรางวัลของพันธมิตรที่แบรนด์เป็นคนออกรหัสให้เอง

ถาม: เลือกได้ทั้ง 2 ค่าพร้อมกันหรือไม่

ตอบ: ไม่ได้ ช่องนี้เป็นดรอปดาวน์ที่เลือกได้ค่าเดียว ถ้าของรางวัลชิ้นหนึ่งมีรหัสจาก 2 ที่มา แนะนำให้แยกเป็นของรางวัล 2 ชิ้นและใช้ถังคูปองแยกกัน จะตรวจสอบสต็อกและออกรายงานได้ตรงกว่า

ถาม: แก้ค่าในช่องนี้หลังของรางวัลเผยแพร่แล้วได้หรือไม่

ตอบ: ได้ แต่ควรตรวจก่อนว่าถังคูปองที่ผูกไว้ยังตรงกับที่มาของรหัสชุดใหม่ ถ้าต้องเปลี่ยนทั้งถังและประเภท ให้กด ยกเลิกเผยแพร่ ก่อน แก้เสร็จแล้วค่อยเผยแพร่ใหม่

ถาม: ช่องทางการใช้คูปอง มีผลกับสิ่งที่ลูกค้าเห็นหรือไม่

ตอบ: ไม่มีผล ช่องนี้เป็นแท็กกำกับว่าคูปองใช้ที่ไหน ส่วนสิ่งที่ลูกค้าเห็นมาจากส่วน ปุ่มบนหน้าใช้คูปอง (LINE LIFF) ซึ่งเป็นคนละส่วนกัน

ขั้นตอนถัดไป

ขั้นถัดไปคือเตรียมรหัสคูปองให้ตรงกับประเภทที่เลือกไว้ ถ้าเลือกตัวเลือกที่เป็นชื่อแบรนด์ ขั้นถัดไปคือสร้างถังคูปองแล้วให้ระบบสร้างรหัสหรือนำเข้าไฟล์รหัสเอง ถ้าเลือก Partner coupon ขั้นถัดไปคือนำไฟล์รหัสที่ได้จากพันธมิตรเข้าถังคูปอง

อ่านต่อ